อึก.....
 
 
 
 
 
 ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดตุบๆที่ขมับด้านหนึ่ง
 
 
 
 
 
'ที่นี่คือที่ไหนกัน?'
 
 
 
มืด มืดไปหมด มองไม่เห็นแม้กระทั่งมือของตัวเอง ฉันจึงค่อยๆลุกขึ้นยืนและมือก็สัมผัสได้กับของเหลวเย็นๆชื้นๆที่พื้น
 
 
 
'น้ำหรอ??'
 
 
 
"ขอโทษค่ะ!! มีใครอยู่มั้ยคะ!?" ฉันลองตะโกนขึ้นถามจนสุดเสียง แต่เสียงที่กลับมานั้นมีเพียงแต่เสียงสะท้อนของฉันเอง ที่ไม่ว่าจะพยายามกี่ครั้ง ร้องจนเสียงเริ่มจะแหบแห้ง ก็ไม่มีเสียงใดตอบรับ นอกจากเสียงสะท้อนของตัวเอง
 
 
 
เมื่อตะโกนถามกี่ครั้งก็ไม่ได้ผล ฉันจึงตัดสินใจเดินฝ่าความมืดไปพร้อมกับเสียงน้ำที่ดังขึ้นลอดเวลาเมื่อเท้ากระทบกับพื้น ฉันเดินไปเรื่อยๆจนขาเริ่มล้า น้ำที่พื้นจากตอนแรกที่ยังท่วมไม่ถึงครึ่งหนึ่งของฝ่าเท้า แต่ตอนนี้กลับเพิ่มขึ้นมาจนถึงเข่าของฉันแล้ว จันจึงลองตะโกนขึ้นอีกครั้ง
 
 
 
"ขอโทษนะค----- อุกกก!!!" ทันทีที่ฉันตะโกนฉันก็ได้กลิ่นของโลหะขึ้นมา น้ำที่ท่วมเข่าฉันก็เหนียวขนขึ้นอยากประหลาด ทุกครั้งที่ขยับตัวกลิ่นนั้นก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น มากขึ้น จนแทบจะอาเจียน
 
 
 
'หึหึหึ มาแล้วหรอสาวน้อย'
 
 
 
เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมารอบๆตัว โดยที่ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นเสียงของผู้หญิงหรือผู้ชาย ทันใดนั้นพื้นน้ำด้านล่างฉันก็เปล่งแสงสีแดงสดที่เหมือนสีของเลือดออกมาก่อนจะเปลี่ยนเป็น*ดอกพลับพลึงแดง*เรื่องแสงทำให้สามารถมองเห็นรอบๆได้
 
 
 
'เอาล่ะ เรามีเวลาไม่มากแล้ว ตั้งใจฟังให้ดีล่ะ'
 
 
 
เสียงนั้นยังคงดังขึ้นต่อ โดยทุกๆพยางค์ที่เปล่งออกมาจะมีดอกพลับพลึงแดงเรื่องแสงหล่นลงมาจากท้องฟ้าสีดำที่ดูไร้ที่สิ้นสุด พร้อมกับกลิ่นโลหะที่มากขึ้นเรื่อยๆ
 
 
 
'เจ้าคงรู้แล้วสินะ ว่าเรื่องราวต่างๆทางประวัติศาสตร์ของโลกเจ้าน่ะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา'
 
 
 
"!!!!!!" ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ฉันก็เหมือนกับจะลืมกลิ่นนั้นไปจนหมด
 
 
 
'ตอนนี้น่ะได้มีกลุ่มคนที่แลกวิญญาณของตัวเองกับปีศาจร้ายเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอำนาจอันมหาศาล ที่มีไว้เปลี่ยนแปลงอดีตไงล่ะ'
 
 
 
"ว่าไงนะ" ฉันแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า กลิ่นโลหะที่คละคลุ้งไปทั่ว และดอกพลับพลึงแดงนี้ คงทำให้ฉันเชื่อได้ไม่ยาก
 
 
 
'ใช่แล้ว เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก เพื่อการนั้นเจ้าถึงต้องกลับไปแก้ไขมันให้ถูกต้อง เพื่อตัวเจ้า คนที่เจ้ารัก และที่ๆเจ้าจากมา เลือกเอาซะว่าจะสู้ต่อ หรือปล่อยให้มันเป็นไปทั้งอย่างนี้'
 
 
 
ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์แผ่นดินไหวนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวฉัน ทั้งเสียงกรีดร้อง ใบหน้าของอายะ ความวุ่นวายในพักช่วงเทียง แสงแดดอ่อนๆ กลิ่นของฤดูใบไม้ผลิอันสดชื่น ความสงบสุขธรรมดาๆที่พบเจอแทบทุกวัน และ..........คุณแม่..........
 
 
 
"ได้ ฉันจะสู้!" ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาพรากคนที่ฉันรักไป และจะไม่ให้อภัยกับคนที่คิดจะเปลี่ยนแปลงอดีตแน่!!!!
 
 
 
'หึ ตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยนะ แต่อย่าลืมซะล่ะ ว่าเจ้าทำเพื่อ"แก้ไข" ไม่ใช่เพื่อ"เปลี่ยนแปลง" จำคำนี้ไว้ให้ดี และต้องทำให้คนพวกนั้นกลับสู่กระแสแห่งความถูกต้องที่แท้จริงให้ได้'
 
 
 
"ถ้าฉันทำได้ล่ะ"
 
 
 
'ถ้าเจ้าทำได้ เรื่องร้ายๆที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันจะไม่มีอีก สาบานกับข้าสิ ว่าเจ้าจะไม่มีความแค้น'
 
 
 
"ฉันขอสาบาน" ฉันตอบออกไปด้วยความมุ่งมั่น
 
 
 
'ดีมาก เอาล่ะ ข้าจะมอบพลังให้กับเจ้า' 
 
 
 
ทันใดนั้นดอกพลับพลึงแดงดอกหนึ่งก็ร่วงลงมาตรงหน้าฉัน ก่อนจะกลายเป็นสีขาวแล้วสลายกลายเป็นละอองสีทองเป็นประกายแต้มที่หลังมือขวาของฉัน แล้วดอกพลับพลึงแดงทั้นหมดก็กลับกลายเป็นสีขาว พร้อมกับกลิ่นโลหะฉุนๆได้หมดไป
 
 
 
'ขอให้เจ้าสนุกกับโลกใบนั้นนะ ท่าน"ซานิวะ" หึหึหึ'
 
 
 
และฉันก็ตกลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีความรู้สึกหวาดกลัว เปล่าเปลี่ยวเดียวดายแต่อย่างไร มีแต่ความรู้สึกมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จให้ได้ อากาศรอบๆกายจากที่เคยเย็นเยียบก็ค่อยๆอุ่นขึ้น กลิ่นโลหะก็หายไปหมดแล้ว ฉันจึงหลับตาลงและปล่อยตัวไปตามสบายเรื่อยๆ..........
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
'คุณทาคาฮาชิ!!!'
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
เสียงผู้ชาย? ใครกันนะ??
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
'คุณทาคาฮาชิ!!! คุณทาคาฮาชิ!!!' เจ้าของเสียงนั้นเอามือมาตบหน้าฉันเบาๆเพื่อปลุก
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
ฉันจึงค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ แต่ก็แสบตากับแสงที่ส่องเข้ามาผ่านม่านไม้ไผ่เล็กๆ พร้อมกับกลิ่นบางเบาที่ลอยมาตามสายลมอ่อนๆเหมือนกับกลิ่นของหน้าร้อน
 
 
 
"คุณทาคาฮาชิ!!!" เจ้าของเสียงที่เรียกฉันร้องขึ้นด้วยความตกใจปนดีใจ ฉันจึงค่อยๆยันตัวขึ้นโดยมีเขาคอยประคองเอาไว้
 
 
 
เมื่อตาทั้งสองข้างชินกับแสงแล้ว ก็ทำให้ฉันเห็นใบหน้าของเขาชัดเจน ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งผู้มีสีดำผมหยักศกเล็กน้อยตามธรรมชาติ ที่เข้ากับนัยน์ตาสีมรกตใสคู่สวย และกลิ่นที่อบอุ่นและอ่อนโยนเหมือนพระอาทิตย์ของเขา 
 
 
 
เขาคือคนที่มากับแฟนของอายะในตอนนั้นนั่นเอง!!!!!!
 
 
 
"ฮา...มา.....โนะ..คุง??"
 
 
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
 
สำหรับคนที่จะอ่านต่อ ตอนหน้าก็ของฝากัวด้วยนะคะ 
 
ปล.ดอกพลับพลึงแดงในที่นี้คือดอก red spider lily หรือ ดอก hikanbana หรือ ดอก manchusake(หลายชื่อวุ้ยยย -"- ) มีความหมายว่าการพลัดพรากหรือความตายค่ะ ก็แบบเห็นในเมะหลอนๆเยอะแล้วก็สวยดีด้วยเลยเอามาแต่ง(กำ) แต่แล้วความหมายก็บังเอิญเข้ากับนางเอกที่ต้องพลัดพรากจากยุคสมัยของตนเองด้วย เป๊ะเลยค่ะ 555555
 
 

 

edit @ 2 Jan 2016 20:27:05 by Okita_Hajime

Comment

Comment:

Tweet