หลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่มาได้แล้ว ตอนนี้ฉันก็ยังต้องเจอกับสถานการณ์ที่รับมือยากที่สุดอีก!!
 
 
ฉันยืนตัวสั่นกอดหนังสือรายชื่อดาบที่เซย์จิ(ก็เขาบอกให้เรียกอ่ะ) ให้มาก่อนหน้านี้อยู่หน้าประตูห้องโถงกลางข้างๆเขา ความตื่นเต้นดีใจที่จะได้ทำความรู้จักกับจิตวิญญาณดาบที่มีอยู่จริงตามประวัติศาสตร์ก่อนหน้านี้ได้หมดลงไปเพราะคำพูดไม่กี่คำของเซย์จินี่ล่ะ!!!!
 
 
 
 
ก่อนหน้านั้น
 
 
 
 
"ตื่นเต้นจังนะ อยากเจอทุกคนเร็วๆจังเลย" ฉันพูดขึ้นอย่างมีความสุขระหว่างที่เดินตามเซย์จิไปยังโถงกลางของเรือน
 
 
"เหอะ จะไหวเรอะคนอย่างเธอน่ะ แค่เมื่อตะกี๊ที่เจอพวกอาโอเอะซังยังดูท่าจะไม่ไหวเลยหนิ" เขาพูดพร้อมกับมองฉันด้วยสายตาดูถูก
 
 
"ก็ตอนนั้นนายมาขัดจังหวะฉันก่อนนี่นา" ฉันเถียงกลับ
 
 
"อ้อ ยังมีตอนที่เธอตื่นขึ้นมาแล้วถูกจิโร่ทาจิกอดด้วยนี่ สีหน้าเธอตอนนั้นตลกเป็นบ้าเลย 55555" เขาหัวเราะร่วนพร้อมกับชี้หน้าฉัน ทำให้คิ้วฉันขมวดกันเป็นปมด้วยความหงุดหงิด
 
 
"ตอนนั้นฉันแค่ยังงงๆอยู่หรอกน่า ถ้ารู้มาก่อนว่าเป็นโอดาจิที่ถูกใช้เป็นเครื่องสักการะบูชามาก่อน ฉันก็รับมือได้อยู่แล้วล่ะ" ฉันเถียงกลับด้วยความภาคภูมิใจ(??)พร้อมกับชูหนังสือรายชื่อดาบที่เขาให้มา
 
 
"เห ทำการบ้านมาดีนี่ แต่ถึงรู้ไปจะช่วยอะไรเธอได้ล่ะ" หลังจากที่ชมเสร็จก็จบลงด้วยคำพูดเหน็บแนมฉันอีกเหมือนเคย
 
 
"ช่างฉันเถอะน่า ว่าแต่ นายรวบรวมดาบได้เท่าไหร่แล้วหรอ" ฉันเปลี่ยนเรื่อง
 
 
"อืมม......น่าจะประมาณ 38 เล่มแล้วมั้ง" 
 
 
"ห้ะ?......." ฉันหยุดเดินแล้วยืนอื้งกับคำพูดเขา
 
 
"อะไรของเธออีกเล่าาา" เขาขยี้ผมของตัวเองแล้วหันมาหาฉันด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยหน่าย
 
 
"สะ......สามสิบ.......แปด??" ราวกับวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง สามสิบแปดเล่ม นี่มันเยอะเกินไปสำหรับฉันนะ!!!
 
 
"อย่าบอกนะว่าเธออ......." เขายื่นหน้ามาใกล้ๆฉันพร้อมทำสายตาเจ้าเล่ห์
 
 
"ช่างฉันเถอะน่า!!" ฉันผลักเขาออกแล้วดันหลังเขาให้เขาเดินนำทางฉันต่อไป สามสิบแปดเล่ม ต้องทำความรู้จักกับคน
สามสิบแปดคน ต้องถูกสายตาสามสิบแปดคู่จ้องมอง จะไปรอดมั้ยเนี่ยเรา!!
 
 
 
 
ปัจจุบัน
 
 
 
 
"นี่เธอ ไหวรึเปล่าหนิ" เซย์จิที่กำลังจะเลื่อนประตูเปิดหันมาถามฉัน
 
 
"สะ....สะ.....สบายมาก!!" ฉันพยายามฝืนยิ้มและชูสองนิ้วให้เขาทั้งๆที่ยังตัวสั่นอยู่
 
 
"หึ ก็ดี" เขาเลื่อนมือไปที่ประตูก่อนจะค่อยๆเปิดออก
 
 
"เดี๋ยวก่อน!!!" ฉันจับแขนเขาไว้ก่อนจะปิดประตูอย่างรวดเร็วพร้อมกับหอบหายใจรัว
 
 
"เอ๋? อะไรนะ? ฉันรับมือได้อยู่แล้วล่ะ สบายมาก ช่างฉันเถอะน่า " เขาพูดดัดเสียงล้อเลียนฉัน
 
 
"นี่นาย........" ฉันพยายามข่มอารมณ์ไว้สุดชีวิต
 
 
ในตอนนั้นเอง ฉันก็รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มที่ขา พอก้มลงดูก็พบกับลูกเสือโคร่งขาวตัวเล็กมีโบว์สีดำผูกที่หาง มันพยายามกระโดดเกาะขาฉัน ฉันจึงอุ้มมันขึ้นมา
 
 
"นี่เสือของโกโคะไทนี่" เซย์จิพูดพร้อมกับเอามือมาลูบหัวลูกเสือโคร่งขาวที่ฉันอุ้มอยู่
 
 
"โกโคะไท?......" ก่อนที่ฉันจะพูดจบประโยคก็มีเสียงเด็กผู้ชายดังขึ้น
 
 
"มะ....ไม่ได้นะโทระคุง!!!" 
 
 
ทันใดนั้นลูกเสือโคร่งขาวอีกตัวก็กระโดดมาเกาะหัวเซย์จิจากด้านหลังจนทำให้เขาเสียหลักเกือบล้มลงไป เมื่อมองไปตามทางที่เสือกระโดดมาก็พบกับเด็กชายสามคนที่วิ่งมาอย่างเหนื่อยหอบ คนแรกเป็นเด็กชายผมขาวตาสีทองผิวขาวจนใบหน้าแต้มกระอุ้มลูกเสือตัวหนึ่งมา อีกคนเป็นเด็กชายผมสั้นสีดำตาสีเงินที่ตัวสูงกว่า ตามด้วยเด็กชายผมดำตาสีม่วงสวมแว่นใส่เสื้อกาวน์พร้อมกับอุ้มลูกเสือสองตัว ถ้าจำไม่ผิดแต่ละคนน่าจะชื่อ......
 
 
"ต้องขออภัยด้วยครับ ท่านแม่ทัพ" เด็กชายตาสีเงินและเด็กชายสวมแว่นก้มหัวขอโทษเซย์จิ
 
 
"พะ......พวกโทระคุงวิ่งออกมา.....พวกผมเลยไปตามครับ....." เด็กชายผมขาวพูดด้วยเสียงสั่นเครือเพราะกลัวจะถูกดุ
 
 
"มะ....ไม่เป็นไร คราวหลังก็ระวังๆกันหน่อยล่ะ" เซย์จิหิ้ว(?)ลูกเสือโคร่งคืนให้เด็กชายผมขาวและฉันก็อุ้มลูกเสือไปให้เด็กชายตาสีเงิน ฉันสังเกตเห็นใบหน้าของเซย์จิมีรอยเล็บข่วนเล็กน้อย ผมที่ฟูนุ่มไม่เป็นทรงก็ชี้ไปชี้มา ฮะๆๆๆ สมน้ำหน้า
 
 
"ครับ!!"เด็กชายทั้งสามยิ้มร่าและขานรับพร้อมกัน
 
 
"เสือห้าตัว.......งั้นหรอ....งั้นเธอก็คือโกโคะไทคุง มีดสั้นของทูตที่ถูกส่งไปจีนสมัยราชวงศ์หมิงตอนั้นยุคมุโรมาจิ คนที่ตาสีเงินคืออัทชิสึคุง*ศาสตราระดับสมบัติแห่งชาติที่เคยตกเป็นของซามูไรและไดเมียวชื่อดังหลายคน และคนที่ตาสีม่วงคือ     ยะเง็นคุง มีดพกคู่กายท่านโอดะ โนบุนากะ สินะๆๆๆๆ" ฉันพูดออกไปด้วยความตื่นเต้น
 
 
"เอ่อ.....ก็ประมาณนั้นล่ะนะ......" เซย์จิตอบพร้อมกับเอามือเกาที่หลังคอ ใบหน้าของเด็กๆทั้งสามคนที่ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อครู่ก็พลันเศร้าหมองลง
 
 
"ทะ....ทำไมหรอ?" ฉันถามด้วยความสงสัย
 
 
"ถ้าเป็นไปได้ก็......อย่าพูดถึงเจ้านายเก่าของเราเลยนะ......" ยะเง็นคุงตอบพร้อมกับกำมือแน่น บรรยากาศรอบๆก็เริ่มตึงเครียดขึ้น
 
 
"ขะ.....ขอโทษด้วยนะ ฉันจะไม่พูดอีกแล้ว!" ฉันก้มหัวขอโทษทุกคน อย่างที่เซย์จิพูดนั่นแหละ ถึงจะรู้ข้อมูลของดาบแต่ละเล่มมากขนาดไหน แต่มันจะช่วยอะไรได้ล่ะ?? มีแต่จะทำให้สถานการณ์มันแย่ลงเท่านั้น แต่ละคนก็น่าจะมีอดีตฝังใจกับเจ้านายคนก่อน แล้วฉันยังจะมาพูดแบบนี้กับพวกเขาอีก......
 
 
"มะ....ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก เงยหน้าขึ้นเถอะครับ" ยะเง็นคุงพูด
 
 
"อะ...อื้อ นั่นสิ แม่นางเป็นคนที่จะมาอยู่กับเราสินะ ดีซะอีกที่มีคนรู้เรื่องของพวกเรา ไม่เหมือนท่านแม่ทั-----" ก่อนที่อัทสิชิคุงจะพูดจบก็โดนเซย์จิเขกหัว 
 
 
"สีตา....สวยจังเลย..นะครับ" โกโคะไทคุงมองหน้าฉันพร้อมกับอุ้มลูกเสือ แล้วเกาะแขนเสื้อฉัน  (นะ.....นะ....น่ารักกกกกก =,.= )
 
 
"อัทสึ ยัยนี่น่ะไม่กล้าเข้าไปทักพวกนาย เลยยืนตัวสั่นอยู่ตรงนี้ตั้งนานแน่ะ" เซย์จิกอดอกพูดและมองฉันด้วยสายตากวนประสาทแบบที่เขาชอบทำ
 
 
"งั้นหรอกหรอ ไม่เห็นต้องกลัวเลยนี่นา" อัทสึชิคุงจับแขนฉันวิ่งเข้าไปในห้องโถงกลางอย่างรวดเร็ว
 
 
"ดะ.....เดี๋ยวสิ!"  
 
 
 
 
เมื่อเข้ามาในห้อง ทุกคนที่รวมกลุ่มกันสนทนาเสียงดังก็เงียบลงพร้อมกับมองมาที่ฉัน เด็กๆทั้งสามคนและลูกเสือโคร่งอีกห้าตัวก็กลับไปนั่งรวมกลุ่มและมองมาที่ฉัน เซย์จิที่ยืนอยู่ข้างๆก็ตบไหล่ฉันเบาๆก่อนจะพูด
 
 
"อาโอเอะซัง คุโรดะไม่มาสินะครับ" เซย์จิหันไปถามชายผมเขียวที่ฉันเคยเจอก่อนหน้านี้ น่าจะชื่อ นิคคาริ อาโอเอะซัง ตามที่เขียนในหนังสือรายชื่อดาบ
 
 
"พวกข้าก็ไปตามแล้ว แต่เขาบอกว่า'เจ้านายงี่เง่านั่นเพิ่งสั่งให้ข้าตีดาบ 1.3 มาแปดเล่มแล้ว นี่ยังจะมาเรียกรวมตัวกันอีก จะเอาแต่ใจไปถึงไหนกันนะ' ประมาณนั้นน่ะ" อาโอเอะซังพูด
 
 
"ไอ้ช่างตีดาบงี่เง่า!! แกตี 1.3 ให้ฉันเองไม่ใช่หรอวะ!!!" เซย์จิหันไปทางสวนแล้วตะโกนดังๆสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนในห้อง ยกเว้นฉันที่ไม่รู้เรื่องกับเขา TT
 
 
"โอ้ แม่นางตาสองสีเองหรอเนี่ย" เมื่อทั้งห้องเงียบลงอาโอเอะซังก็ทักฉัน
 
 
"คิย๊าาาาา แม่หนูตัดผมหน้าออกแล้วก็น่ารัก >< " ผู้หญิงคนที่เซย์จิเรียกว่าจิโร่ทาจิพูดขึ้น
 
 
"นี่ ยัยนั่นน่ารักกว่าฉันรึเปล่าล่ะ" ชายหนุ่มผมดำที่เจอกันตอนแรกถามชายหนุ่มผมหางม้าที่นั่งอยู่ข้างๆ
 
 
"วะ....หวา..." ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่ฉันเจอในห้องอาบน้ำหน้าแดงแล้วเอามือปิดหน้าไว้ พร้อมกับเสียงฮือฮากันมากกว่าเดิม
 
 
"อะ....เอ่อ....คะ.....คะ....คือว่า......" ก่อนที่ฉันสติหลุดไปมากกว่านี้ เซย์จิก็ช่วยฉันไว้
 
 
"เอ้า เงียบกันก่อน ให้ยัยนี่แนะน้ำตัวบ้างสิ" เซย์จิผลักฉันออกมายืนด้านหน้า แล้วยืนกอดอกพิงผนังดูฉัน
 
 
"เอ่อ......คือ......" ยิ่งไม่มีเซย์จิอยู่ข้างๆฉันก็รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น ร่างกายก็สั่นไปหมด ฉันจึงหันไปหาเขาเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขาก็ตอบกลับมาแค่เพียงสีหน้าเย็นชาที่ผิดกับตอนที่กวนประสาทฉันลิบลับ ไม่ได้!! ฉันต้องทำด้วยตัวเองให้ได้ ที่ผ่านมาก็ได้เขาช่วยไว้เยอะแล้ว แค่การแนะนำตัว ฉันต้องผ่านไปให้ได้!!!!
 
 
"ทะ......ทาคาฮาชิ มิจิโยะ อายุ 17 ปี เกิดวันที่ xx เดือน xx ปี xxxx ราศีมังกร งานอดิเรก อ่านหนังสือประวัติศาสตร์วาดภาพ แต่งเพลง เล่นดนตรี ความสามรถพิเศษ แต่งเพลงได้ สิ่งที่ชอบ ของหวาน หนังสือการ์ตูน สิ่งที่เกลียด การอยู่ร่วมกันกับคนแปลกหน้า จากนี้ไป ฉันจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ จะพยายามปรับตัวเข้ากับทุกคนให้ได้ และจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ!!" ฉันหลับตาพูดเร็วจนลิ้นเกือบพันกัน เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นทุกคนนั่งยิ้มให้อยู่
 
 
 
 
"ฮะๆๆๆๆ เธอเนี่ยตลกเป็นบ้าเลย!!" เซย์จิที่ยืนพิงผนังอยู่หันมาหัวเราะฉัน
 
 
"เซย์จัง/นายท่าน น่ะเงียบไปเลย!!!" จิโร่ทาจิซังกับเด็กผู้หญิงผมบลอนด์ที่ชื่อมิดาเระพูดขึ้นพร้อมกัน
 
 
"คงจะตื่นเต้นมากสินะ ไม่แปลกหรอกที่นี่มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ไว้มีปัญหาอะไรมาปรึกษาจิโร่ซังกับมิดาเระได้นะ" จิโร่ทาจิซังกอดฉันแล้วเอามือลูบหัวฉันเบาๆ
 
 
"มี่จังเป็นเด็กผู้หญิง ถ้ากลัวผู้ชายคนไหนก็มาหาพวกเราก็ได้นะ" มิดาเระจังเกาะแขนฉัน
 
 
"มี่จัง??" ฉันทวนชื่อเล่นที่มิดาเระจังเรียก
 
 
"อื้อ มิจิโยะ ก็มี่จังไงล่ะ" มิดาเระจังยิ้มด้วยรอยยิ้มอันสดใส
 
 
"อะไรเนี่ย โอบิก็ยังผูกแบบผู้ชาย นายท่านเนี่ยไม่ละเอียดอ่อนเอาซะเลย" จิโร่ทาจิซังพูดขึ้นพร้อมหันไปมองหน้าเซย์จิ
 
 
"จริงด้วย ไว้วันหลังพวกเราจะไปช่วยแต่งตัวให้นะ เนอะจิโร่ซัง" มิดาเระหันไปถามจิโร่ทาจิซัง
 
 
"อื้อ เดี๋ยวจิโร่ซังจะหากิโมโนสวยๆมาให้มิจจี้ใส่เลย" จิโร่ทาจิซังก็เรียกฉันด้วยชื่อเล่นแปลกๆ
 
 
"ขะ....ขอบคุณค่ะ ^^" " 
 
 
"พวกนายน่ะหยุดเลย" ยะเง็นคุงกับเด็กชายผมทองที่มีเต่าเกาะอยู่ที่ไหล่มาลากตัวมิดาเระไปนั่ง ส่วนจิโร่ทาจิซังก็โดนผู้ชายผมยาวตัวสูงลากไป
 
 
"นี่ ฉันลืมบอกไป มิดาเระกับจิโร่ทาจิเป็นผู้ชายนะ" เซย์จิเดินมาบอกฉัน
 
 
"หา!!!" ฉันมองเซย์จิกับมิดาเระและจิโร่ทาจิซังสลับกันไปมา
 
 
"แหะๆๆๆ รู้จนได้" มิดาเระจัง(?)หัวเราะแห้งๆ โดยมียะเง็นคุงนั่งดันแว่นและเด็กชายผมทองนั่งเหงื่อตกอยู่ข้างๆ
 
 
"โอ้ ตาสองสีนี่ เท่ไปเลยนะ" ชายหนุ่มผมดำปิดตาข้างเดียวเดินมาทักฉัน
 
 
"หมอนี่แหละที่เป็นคนอุ้มเธอมาจากในสวนน่ะ" เซย์จิบอก รู้สึกเหมือนเขาจะชื่อ........
 
 
"คุณมิทจังสินะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้" ฉันก้มหัวขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยฉันไว้ แต่พอฉันเงยหน้าขึ้นก็พบว่าสีหน้าของเขาดูผิดหวังไม่น้อย
 
 
"มิทจังสินะ.......ดูไม่เท่เอาซะเลย.....ฮะๆๆๆ....." เขาหัวเราะแห้งๆพร้อมกับเอามือเกาแก้มตัวเอง
 
 
"โชคุไดกิริ มิทสึทาดะน่ะ" เซย์จิกระซิบบอกฉัน 
 
 
"ดาบที่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ มอบให้ ดาเตะ มาซามูเนะ เพื่อเป็นของตอบแทนที่ดาเตะ มาซามูเนะ มอบเรือให้น่ะหรอ" ฉันกระซิบถามเซย์จิด้วยความตื่นเต้น
 
 
"อื้อ เล่มนั้นแหละ" เซย์จิตอบ
 
 
"งั้น คุณมิทสึทาดะ สะบั้นเทียน สินะคะ" 
 
 
"อื้อ.....นั่นแหละ....." มิทสึทาดะซังได้ยินดังนั้นก็เดินไปนั่งขดที่มุมห้องพร้อมกับชายหนุ่มผิวแทนที่นั่งปลอบอยู่ข้างๆ
 
 
"เจอฉันเรียกชื่อเล่นแบบนั้นไม่พอเธอก็ยังมาเรียกอีก คงจะผิดหวังไม่น้อยนะ 555555" เซย์จิหัวเราะกับปฏิกิริยาที่เกิดกับ   มิทสึทาดะซัง
 
 
"งั้นฉันควรไปขอโทษดีมั้ยนะ" ฉันรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น
 
 
"ไม่หรอก เดี๋ยวหมอนั่นก็หายเองแหละ อย่าลืมสิ ต่อจากนี้ฉันจะพาเธอไปเดินดูรอบๆนะ" 
 
 
"อื้อ นั่นสินะ"
 
 
"เอาล่ะพวกนาย แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว ฉันจะพายัยนี่ไปเดินดูรอบๆ" เซย์จิตะโกนสั่งงานทุกคน ตามด้วยเสียงโห่ร้องดังขึ้นมาเป็นสาย แต่ก็เปลี่ยนเป็นเสียงเฮลั่นเมื่อเซย์จิบอกว่า
 
 
 
 
"เย็นนี้เราจะเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่กัน!!!"
 
 
 
 
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 
 
 
หลังจากห่างหายไปนานก็อยากลงตอนยาวๆบ้าง แต่ก็ไม่รู้ยาวพอรึเปล่าอ่ะนะ 555555
 
เป็นตอนที่แต่งไปยิ้มไปกับความน่ารักของหนุ่มๆค่ะ  และแล้วนายช่างเฮงซวยก็ได้มาอยู่ในเรื่องนี้ น่าจะเป็นคู่แค้น คู่กรรม    คู่เวรกับฮามาโนะ เซย์จิคุงของเราไม่น้อย 55555
 
ในเมื่อหนุ่มๆก็ออกมากันหลายคนแล้ว นี่ก็น่าจะได้ฤกษ์ลงตอนพิเศษได้แล้วล่ะเนาะ หุหุหุหุ
 
ตอนหน้าก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ
 
*ขอใช้ชื่อใหม่ของน้องแกนะคะ แต่เวลาตัวละครอื่นเรียกก็จะเรียกอัทสึเป็นชื่อเล่นนั่นละค่ะ
 
 

Comment

Comment:

Tweet