แสงแดดอุ่นๆยามเที่ยงของฤดูใบไม้ผลิส่องผ่านใบของต้นไม่ใหญ่หลังโรงเรียนมา ที่ใต้ต้นนั้นมีเด็กสาวคนหนึ่งนั่งสเก็ตช์ภาพผู้คนมากมายที่กำลังวุ่นวายกับช่วงพักเที่ยง นัยน์ตาสีน้ำตาลทองข้างหนึ่งมองภาพตรงหน้าสลับกับสมุดสเก็ตช์ภาพของตนไปมา เส้นผมยาวสลวยสีไวน์ของเธอปลิวไปตามสายลมอ่อนเบาๆ เผยให้เห็นตาข้างขวาที่ถูกผมปิดไว้มาตลอด เป็นนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดั่งมหาสมุทร แต่กลับมีประกายสดใสเหมือนท้องฟ้าหน้าร้อน ข้างๆเธอมีสมุดโน๊ตเพลงเก่าๆเล่มหนึ่งวางอยู่

 

"อืมม....คิดออกละ..."

 

เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะหยิบสมุดโน๊ตเพลงขึ้นมาจดโน๊ตเพลงที่นึกขึ้นได้พร้อมกกับฮัมเพลงเบาๆไป

 

"นี่ๆๆ เห็นผู้หญิงคนนั้นมั้ย???"

 

     เสียงแหลมสูงของผู้หญิงคนนึงดังขึ้นมาใกล้ๆตัวทำให้เด็กหญิงที่เขียนโน๊ตเพลงอยู่สะดุ้งขึ้น ไส้ดินสอกดที่บอบบางนั้นก็พลันหักไปเพราะแรงสะดุ้งของเด็กสาว

 

"อ๋อ ที่เขาลือว่าไปเถียงกับอาจารย์ประวัติศาสคร์ท่านหนึ่งใช่มั้ย??"

 

'เถียง!!?? ฉันเนี่ยนะ!!???' เธอหันขวับมาที่ผู้หญิงสองคนนั้นโดยทันที

 

"ใช่แล้วล่ะ เหอะ!! ทำเป็นอวดดีว่าอาจารย์สอนผิด!!!"

 

"ชู่ววๆๆๆ เธอหันมาแล้ว ไปเถอะๆๆ"

 

'เฮ้ออออ' เธอถอนหายใจยาวๆหลังจากที่เด็กสาวสองคนนั้นเดินจากไป

 

'ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา อาจารย์ก็สอนผิดจริงๆหนิ' พูดออกมาเบาๆแล้วแลบลิ้นไปใส่เด็กสาวสองคนนั้น

 

 

 

"มิจิโยะ!!!" เสียงหวานดังขึ้นข้างหลังเธอ พร้อมกับมือคู่หนึ่งที่จี้เอวเธออยู่

 

"อึก!!" เจ้าของชื่อที่โดนจี้เอวสะดุ้งพร้อมหันควับไปมองคนที่จี้เธออยู่

 

"อ้าวๆๆ ทำไมไม่ตกใจให้มันน่ารักกว่านี้หน่อยน้าาาา" เด็กสาวหยุดจี้แล้วเป่าลมเบาๆใส่หูของมิจิโยะ 

 

"พะ....พอได้แล้วน่า อายะ -//////- " มิจิโยะผลักเด็กสาวที่ชื่อว่าอายะออกเบาๆ พร้อมหน้าแดงนิดๆ (นี่ไม่ใช่ฟิคยูรินะคะ -,.- )

 

อายะหัวเราะเบาๆก่อนจะหยิบถุงขนมปังที่เพิ่งไปซื้อมา

 

"อ่ะ ชอบอันไหนก็เลือกเอาเลย" ยื่นถุงขนมไปให้

 

"กินก่อนเลย เหลืออันไหนก็ของฉันแหละ" เด็กสาวพูดพร้อมกับก้มหน้าก้มตาวาดภาพต่อ

 

"เฮ้ออออ งั้นขออันอร่อยๆไปแล้วกัน"

 

"........."

 

"รู้มั้ย กว่าจะได้ขนมปังพวกนี้มาเนี่ย มันยากยิ่งกว่าเดินจูงอูฐเล่นในทะเลทรายอาตากามาอีกนะเนี่ย!!!" อายะบ่นไปพลางแกะห่อขนมปังไปพลาง

 

"........." มิจิโยะก็ยังคงวาดภาพต่อ

 

"นี่ๆๆ มีร้านเค้กเปิดใหม่แหละ เลิกเรียนแล้วไปกินกันนะ ><"

 

"........." เด็กสาวแค่หันมามองเพื่อนสนิทของตนด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะหันไปวาดภาพต่อ 

 

'ยัยนี่ รู้ตลอดเลยว่าเราชอบอะไร!!!!'

 

ความจริงแล้ว มิจิโยะไม่ใช่คนเงียบอะไร ได้เลือกที่จะเป็นผู้ฟังซะมากกว่า เรื่องที่เธอจะพูดมากที่สุดก็คือเรื่องการวาดภาพ ทฤษฎีดนตรี สังคม ประวัติศาสตร์ เกม การ์ตูน ใช่!! ฟังไม่ผิดหรอก เธอติดเกมและการ์ตูน!!!!!

 

"ได้ข่าวว่าทะเลาะกับอาจารย์ประวัติฯมาหนิ" เมื่อดึงความสนใจจากเพื่อนได้แล้ว อายะก็เปิดประเด็นต่อ

 

"เฮ้ออ!! ก็ใช่น่ะสิ! เล่นอธิบายผิดๆแบบนั้นน่ะ ตามหลักแล้วเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ถ้าหาหลักฐานอื่นที่น่าเชื่อถือกว่ามายืนยัน แล้วแกก็เล่นสอนตามหนังสือโดยที่ไม่ได้เอาข้อมูลใหม่ที่เพิ่งมีการค้นพบมา------" ทันทีที่ถามไป เด็กสาวผมสีไวน์ก็เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับเมื่อครู่

 

"จ้ะๆๆๆ พอแล้วๆๆ ฉันเข้าใจ (- -") " อายะยกมือขึ้นห้าม

 

"แต่ว่านะ---"

 

 

     ก่อนที่มิจิโยะจะพูดจบ ลมก็พัดแรงมาอีกครั้งหนึ่งทำให้เธอรีบเอามือมาจับผมด้านหน้าไว้เพื่อไม่ให้เพื่อนเห็นตาข้างขวาของตน แต่ไม่ใช่ว่าอายะจะไม่เคยเห็น เธอเคยเห็นมาแล้วแล้วก็ชอบตาข้างนั้นด้วย มันดูลึกลับ น่าค้นหา และเปล่งประกายสดใสในเวลาเดียวกัน เหมือนกับนิสัยของเพื่อนเธอคนนี้

 

 

"นี่ มิจิโยะ ทำไมเธอไม่เปิดตาข้างนั้นล่ะ ออกจะสวยดีแท้ๆ"

 

"เธอก็รู้หนิ........" เด็กสาวก้มหน้าลง พร้อมกับลูบที่เปลือกตาขวาของตน

 

     มิจิโยะ เป็นโรค Heterochromia หรือ โรค Odd Eyes ทำให้เธอมีตาสองสี ส่วนมากโรคนี้จะพบได้ในแถบยุโรปหรืออเมริกา แต่เธอได้เชื้อมาจากแม่ชาวยุโรปที่เป็นโรคนี้ พอคุณปู่เธอที่เป็นคนหัวโบราณรู้ ก็ใส่ร้ายว่าเธอกับแม่เป็นปีศาจและไล่แม่กับเธอออกจากบ้าน เพื่อนบ้านใหม่ก็รังเกียจพวกเธอ เพื่อนๆที่โรงเรียนก็พากันกลัวเธอไปหมด ยกเว้นอายะที่มีพ่อแม่เป็นหมอเลยเข้าใจ 

 

     ที่จริงแล้ว มิจิโยะก็ไม่ได้รังเกียจตาข้างนี้ของตัวเองเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าเปิดตาขึ้นแล้วเธอเป็นจุดสนใจล่ะ?? มีคนเข้าหาเธอเพราะแค่ว่าตาสวยอย่างนี้ล่ะ??  หรือเปิดแล้วมันไปทำให้ใครเขากลัวเหมือนเมื่อก่อนล่ะ?? เธอจึงเลือกที่จะปิดตาไว้ตลอด

 

"นั่นสินะ" อายะพูดแล้วกัดขนมปังต่อ

 

"อายะจังงงงง!" เสียงผู้ชายคนนึงเรียกเพื่อนเธอไว้

 

"อ๊ะ ยูคุง รอแปปนึงนะ" อายะโบกมือกลับให้กับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินมากับเพื่อน ก่อนจะรีบเก็บของ

 

"ขอโทษนะ ฉันต้องไปแล้วล่ะ" อายะหันมาพร้อมกับเอามือเกาแก้มด้วยท่าทางเขินอาย

 

"อืม รักกันดีนะพวกเธอน่ะ" มิจิโยะแสยะยิ้มน้อยๆอย่างเจ้าเล่ห์

 

"เงียบน่าาา!! ไปละ!!" อายะหน้าแดงแปร๊ดดผิดกับคนขี้แกล้งเมื่อครู่

 

"ฮะๆๆ" หัวเราะเบาๆแล้วโบกมือให้เพื่อน

 

"ขอโทษด้วยนะครับ คุณทาคาฮาชิ ^^" แฟนของอายะเอามือเกาหัวขอโทษเธอพร้อมกับทำท่าทางเขินอาย

 

 

ทาคาฮาชิ มิจิโยะ นั่นคือชื่อเต็มของเธอ 

 

 

     ตอนนั้นเอง ที่มิจิโยะไม่ทันสังเกต ชายหนุ่มที่มีผมหยักศกสีดำตามธรรมชาติ และดวงตาสีเขียวใสเหมือนมรกต ที่เดินมากับแฟนอายะเหลือบมองมาทางเธอด้วย ก่อนที่จะเดินไปพร้อมกับอายะและแฟนของอายะ แล้วแยกกันที่ทางเข้าอาคาร

 

     เมื่อเหลือเธอคนเดียว มิจิโยะก็ว่าจะนั่งสเก็ตช์ภาพต่อให้เสร็จแล้วแต่งเพลง่ออีกซักนิด ภาพบรรยากาศความวุ่นวายของคนในโรงอาหาร ความผ่อนคลายของคนที่มานั่งทานข้าวในสวนเหมือนเธอ กลิ่นของหญ้าชื้นๆในฤดูใบไม้ผลิ ลมพัดเย็นๆกับแสงแดดอุ่นๆที่ส่องมา คงทำให้เธอสร้างสรรคบทเพลงที่ดีได้แน่ 

.

.

.

.

.

.
.

.

.

.

แต่ทว่า

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ทันใดนั้น ความสงบสุขของเธอก็ได้หมดไป 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

     เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขึ้นกระทันหัน โดยที่ไม่มีประกาศเตื่อนจากกรมอุตุนิยมวิทยาเลย อาคารเรียนรอบๆก็พังทลายลง เสียงคอนกรีตกระทบกับพื้น เสียงกระจกแตก เสียงคนกรีดร้อง ดั้งก้องไปทั่วโสตประสาทของเธอ คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นของเศษฝุ่นเศษปูนกลบกลิ่นอันสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิไปจนหมดสิ้น

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

     ฝุ่นที่ลอยอยู่มีมากจนเธอเริ่มจะหมดสติเพราะขาดอากาศหายใจ ทันใดนั้นท้องฟ้าก็มืดลงเธอเห็นได้รางๆว่าเกิดสุริยุปราคาขึ้น ก่อนจะมีลำแสงสีม่วงสีฟ้าพุ่งออกมาจนแสบตาไปหมด แล้วเธอก็หมดสติลงไป

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

บทนำจบแล้วค่ะ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ

ผิดพลาดอะไรตรงไหนก็ติชมกันได้นะคะ

ใครที่จะอ่านต่อ ตอนหน้าก็ฝากตัวด้วยนะคะ ><

 

 

edit @ 5 Jan 2016 23:31:30 by Okita_Hajime

Comment

Comment:

Tweet